วันอังคารที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2566

εpsilonΦ - Overlord

Overlord

คำร้อง: Sekimen

ทำนอง: Mitsuyo

เรียบเรียง: Nor, Mitsuyo


ฟังเพลงเวอร์ชั่น MV แบบสั้นได้ที่ εpsilonΦ「Overlord」Music Video

ฟังเพลงถูกลิขสิทธิ์ได้ที่ https://bmu.lnk.to/Overlord


—-


ถนนนอกเส้นทางเรียงราย ทอดยาวเรื่อยมา

ไม่มีแม้หมุดหมาย พวกเรายังร่อนเร่ไม่ว่าสู่แห่งหนใด

ยามที่แห้งเหือด ณ ตอนนี้ สิ่งที่โหยหาต้องการ

กัดกินแย่งชิงสัญชาตญาณเอาตัวรอด

วิถีปกครองดิบเถื่อนที่ประจักษ์เห็น


บั่นกระดูกแหลกลั่นบรรลุเป้าที่มั่น

มุ่งหมายดั้นด้นสู่แดนเอ็กโซดัส

รุดเร่งออกพ้นพิภพมรณะนั่น

เศษบิดเบี้ยว PIECE

รวมตัวเหล่า HEEL

เพื่อรุกคืบให้ความดีงามแห่งตน

สลักมั่นลง BEATS

Weakness หลีกซ่อนมันให้รอดพ้นซะ

“แกร่งสุดแห่งยุคสมัย จงผ่านพ้นไปซะ”

“ความพ่ายแพ้อะไร ไม่ยอมให้อยู่ในตำรา”

“หากเลือกมุ่งไปยังทางแห่งครรลองและเหยียบข้ามเส้นทางนอกรีตไป”


เกียรติภาคภูมิที่เชิดชูสะบัดประกาศแจ้งสงคราม

สลักจารึกไว้เป็นเรื่องราวบอกเล่าที่เผยถึง

สิ่งที่ส่งผลให้แปรเปลี่ยนแนวรบร่วมได้

จงรวมตัว เหล่าเสียงฝีเท้าที่สะท้อนก้องกังวาล


ร่างกายบิดเบี้ยวที่ผุพังแทบแหลกสลาย

ไม่อาจหันหลังกลับได้อีกต่อไป ดังนั้น

ชีวิตที่ก้าวเดินต่อไปได้แต่เพียงอย่างเดียว

จึงสามารถจุดเพลิงไหม้ลุกลามได้

วิถีปกครองดิบเถื่อนที่รุกคืบเส้นทางแห่งครรลอง


การเดินทางไร้จุดสิ้นสุด ยังดำเนินเรื่อยไป

ไม่มีแม้หมุดหมาย พวกเรายังร่อนเร่ไม่ว่าสู่แห่งหนใด

Jackal (Sairou)* ผู้โหยกระหาย เคยมีอยู่เพียงตัวเดียว

เขมือบกัดกินสัญชาตญาณเอาตัวรอด

วิถีปกครองดิบเถื่อนที่ประจักษ์เห็น


Jackal ผู้จมปลักกับพรสวรรค์ที่ไม่อาจรีดออกให้หมด

ไผโหลว* ไร้ซึ่งการป้องกันใดให้ช่วงเท้าก้าวสั่นไหว

คงไม่อยากเห็นผู้แกร่งเหนือใครสำนึกเสียใจใช่มั้ยเล่า

วิกฤตคับขัน ไล่ต้อน High&Lowไร้ซึ่งปราณี ให้จนมุม

“โลกที่แก่งแย่งลากพาทุกอย่างมาเกี่ยวข้อง”

“ประกาศแจ้งถึงสงครามเพื่อกุมซึ่งอำนาจ”

“เสียงฝีเท้าที่รวมตัวกัน ผู้นำเหล่านั้นคือตัวผม”

“และผู้ที่นั่งบัลลังก์สืบทอดจากนี้คือตัวผมไง”


ใช่แล้ว ความเปรมปรีต่อคำบัญชาที่สั่งลงมา

ผู้ขับขานเสียงเหล่านั้นก็คือตัวผมนี่ละ

ความบ้าคลั่งเหนือใครซึ่งแบกรับทั้งรักและชิงชัง

ถึงเวลาแสดงให้ประจักษ์เห็นแล้ว


เกียรติภาคภูมิที่เชิดชูสะบัดประกาศแจ้งสงคราม

สลักจารึกไว้เป็นเรื่องราวบอกเล่าที่เผยถึง

สิ่งที่ส่งผลให้แปรเปลี่ยนแนวรบร่วมได้

จงรวมตัว เหล่าเสียงฝีเท้าที่สะท้อนก้องกังวาล


ร่างกายบิดเบี้ยวที่ผุพังแทบแหลกสลาย

ไม่อาจหันหลังกลับได้อีกต่อไป ดังนั้น

ชีวิตที่ก้าวเดินต่อไปได้แต่เพียงอย่างเดียว

จึงสามารถจุดเพลิงไหม้ลุกลามได้

วิถีปกครองดิบเถื่อนที่รุกคืบเส้นทางแห่งครรลอง


---

豺狼(Sai-Rou) เท่าที่หามาเจอทั้งหมด 3 ความหมายนี้ 1.คันจิทางจีนจะหมายถึง Jackal สัตว์กินเนื้อวงศ์สุนัข 2.ชี้ถึงหมาภูเขาและหมาป่า 3.คนที่โหดเหี้ยมโลภมากและทารุณ / แม้ต้นฉบับท่อนนี้จะใช้ลักษณนามเป็น “คน”(一人) แต่ทั้งเพลงที่พูดถึงการกระทำแสดงความความดิบเถื่อน กัดกิน ดูจะสื่อถึงสัตว์มากกว่าเลยเลือก Jackal ค่ะ

牌楼 เราใช้คำอ่านเป็นจีน ไผโหลว เนื่องจากหมายถึงซุ้มประตูจากสถาปัตยกรรมจีนค่ะ


วันพุธที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2566

Alkaloid - Black Out See Saw

 Black Out See Saw


ประพันธ์: TK (rin toshite shigure)

ร้อง: Alkaloid


ฟังถูกลิขสิทธิ์ได้ที่ fwinc.lnk.to/trip-alkaloid


-------


หมุนแป้นโทรเลข ระบุปลายสายเมื่อครั้งวานนั้น

ที่ซึ่งผมจับตามองแล้วว่าแทบไม่เห็นทั้งความเพลิดเพลินใจและเสรี


ตัวผมค่อย ๆ ถูกม้วนย้อนกลับไป

เหมือนวันนั้นที่ได้สัมผัสโลกใบนี้ Ah

ตัวผมค่อย ๆ ทะลักล้นยิ่งขึ้นไป

ถูกกลืนกินให้กับ "ความไร้กำลัง" ที่เชื้อเชิญสู่ความมืดมิด


นี่ดวงดารา ตัวผมที่เห็นได้จากที่ตรงนั้นเปลี่ยนไปบ้างมั้ย?

นี่ดวงดารา ช่วยบอกความลับที่เจ้าเปล่งประกายท่ามกลางความมืดมิดที


Black Out See Saw Black Out See Saw

Black Out See Saw แนวคิดเชิง Blind

Black Outสักที Flack Outสักที White Outสักที

error-error ทั้งนั้น


ใครผู้ใดกำลังหัวเราะร่าตัวผมอยู่ เสียงมันติดอยู่ในโสตทั่วกายร่าง

ฟ้าฝน Noise ช่วยตกสาดซ่ามาที เพราะใจนี้มันช่างเหือดแห้ง

แม้จะพยายามเชื่อมถึงเธอเท่าใด แม้ความโดดเดี่ยวจะถูกโอบอุ้มไปเพียงใด

เข็มแห่งความพะว้าวงยังคงทิ่มแทงใจ เสียดแทง ล่องลอย ตัวผมจมลงกลางอวกาศ


รอยสักสีสันที่เยาะเย้ยเหล่านั้นไม่ยอมหายไป

ทั้งบวมพอง ทั้งพร่ามัว ผมคือ fake star ที่พร่าเลือน


ฉีกมันออกไป กระชากออกไป ผมพูดเช่นนั้นแล้ว

รู้สึกตัวมั้ย รู้ตัวสักที บาดแผลกู่ร้องกลับมา


นี่ผมต้องการ ห้องลับจักรวาลที่ผมฉายแสงแต่เพียงผู้เดียว

นี่มาตรงนี้สิ มาฝันถึงความไม่สมประกอบที่มีเพียงเราสองคน


Black Out See Saw Black Out See Saw

Black Out See Saw เพ้อฝันถึง"the end"

Black Outสักที Flack Outสักที White Outสักที

error-error ทั้งนั้น


ใครผู้ใดกำลังหัวเราะร่าตัวผมอยู่ ภาพมันติดประทับในดวงตาทั่วโลกทั้งใบ

ช่วยอัด Noise มาให้แน่นทั้งสมองที เพราะความปวดร้าวจะพลันหายไป

แม้จะพยายามเชื่อมถึงเธอเท่าใด แม้ความโดดเดี่ยวจะถูกโอบอุ้มไปเพียงใด

เข็มแห่งความพะว้าวงยังคงทิ่มแทงใจ เสียดแทง ล่องลอย ตัวผมลอยแพกลางอวกาศ


โหยหาเพียงสิ่งที่ไม่เลือนหาย พอหลับตาลงมอง เห็นตัวเธอเอ่อนองออกมา

ผมสัมผัสอย่างเงียบงัน 

หางเศษแห่งปาฏิหาริย์เพียงหนึ่งเดียวที่อยู่ตรงนี้ ผมคว้าจับเพียงสิ่งนั้นแน่น

และจมดิ่งลงสู่แสงสว่าง



Black Out See Saw Black Out See Saw

Black Out See Saw ใกล้ตระหนักตื่นได้แล้ว

Black Outสักที Flack Outสักที White Outสักที

error-error ทั้งนั้น

วันเสาร์ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2566

εpsilonΦ - re:play

 re:play


คำร้อง: Asakawa Takefumi

ทำนอง: Asakawa Takefumi

เรียบเรียง: Asakawa Takefumi


ฟังเพลงถูกลิขสิทธิ์ได้ที่ https://bmu.lnk.to/Friction


—-


ไม่อาจลืมตาตื่นจากฝันอันเลวร้าย อารมณ์ความรู้สึกซึ่งถูกลับคมให้เฉียบเรื่อยมา

ไม่มีวันถูกลบเลือนหายไป ฉันจมลงในห้วงสมุทรแห่งความโดดเดี่ยวแสนเจ็บปวดและเดือดดาล

เพียงแต่ยามนี้หน้ากากเปราะบางที่ว่านอนสอนง่าย สวมเสแสร้งนั้น

ช่างรู้จักกิริยาสัมมาคารวะ คอยแอบลอบเงียบงันแผ่วเบารอจังหวะไม่ให้ใครได้รู้


ทำได้เพียงแข็งข้อเท่านั้น


re:play เพื่อแต่งแต้มทับถมสีสันใหม่ให้กับเส้นโลกที่คลุ้มคลั่งนี้

และเพื่อทวงคืนอดีตวันวานและอนาคตที่ไม่พังทลายเช่นวันนี้

แบกรับความทรงจำแสนบิดเบี้ยว แม้แต่สิ่งเหล่านั้นจงละเล่นให้หมดจดเสีย

ในสุดปลายทางของโลกที่แสนทารุณโหดร้ายไร้ปรานี


[re:play]หากสิ่งนี้คือเกมแล้ว

[re:play]ฉันไม่ยอมให้มันจบลง

[re:play]จนกว่าคำอ้อนวอนจะบรรลุผล

to be continued


ความรังเกียจเดียดฉันที่หลบซ่อนเร้น ในวันนี้ที่ฉันยังคงไร้พลังสุดกำลัง

ความทรงจำในอดีตแสนขมขื่นเหล่านั้น ตัวฉันจะหันย้อนกลับมามองในวันพรุ่ง

กู่ร้องจากความอ่อนหัดของตน และยังเป็นอย่างนี้ซ้ำซากร่ำไป

to be continued


สมมติว่าถ้าหากตัวฉันย้อนกลับไปในตอนนั้น คิดอะไรไปนั่น

ไม่มีวันเป็นจริงไปได้ ฉันจึงถูกคลื่นแห่งความอัดอั้นหงุดหงิดไร้หนทางซัดเข้าถาโถมไป

Steppin’ out ทันทีตอนนี้ โยนความอ่อนแอทิ้งไปและสิ่งที่ Crazy

แรงแค้นสุมทรวงที่ได้ชูยกขึ้น โอนเอนโอนเอียงลิ่วลอยเป็นไฟที่จุดในใจฉัน Wow


ทำได้เพียงแข็งข้อเท่านั้น ปลดปล่อยออกมาตอนนี้


re:play เพื่อแต่งแต้มทับถมสีสันใหม่ให้กับเส้นโลกที่คลุ้มคลั่งนี้

จนกว่าจะถึงวันที่ฉันแหวกว่ายท้องทะเลแห่งความเสียใจให้พ้นจนหมดสิ้น

แบกรับความทรงจำแสนบิดเบี้ยว แม้แต่สิ่งเหล่านั้นจงละเล่นให้หมดจดเสีย

และจะได้บอกอำลาให้กับวันคืนที่มีเรื่องราวเหลวแหลกป่นปี้เหล่านี้


re:play เพื่อแต่งแต้มทับถมสีสันใหม่ให้กับเส้นโลกที่คลุ้มคลั่งนี้

และเพื่อทวงคืนอดีตวันวานและอนาคตที่ไม่พังทลายเช่นวันนี้

แบกรับความทรงจำแสนบิดเบี้ยว แม้แต่สิ่งเหล่านั้นจงละเล่นให้หมดจดเสีย

ในสุดปลายทางของโลกที่แสนทารุณโหดร้ายไร้ปรานี


[re:play]หากสิ่งนี้คือเกมแล้ว

[re:play]ฉันไม่ยอมให้มันจบลง

[re:play]จนกว่าคำอ้อนวอนจะบรรลุผล

to be continued

หากเปลี่ยนแปลงได้จริง

นั่นคือการ re:play


วันเสาร์ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2565

εpsilonΦ - Raison d'être『レゾンデートル』

 εpsilonΦ - Raison d'être (นิยามแห่งชีวิต)『レゾンデートル』

คำร้อง: *Luna

ทำนอง: *Luna

เรียบเรียง: *Luna

 

Music Video (Full ver) https://www.youtube.com/watch?v=ADXngz8CeUA

ฟังเพลงถูกลิขสิทธิ์ได้ที่ https://bmu.lnk.to/Friction


—-


จับทุกสิ่งสรร พลิกคว่ำลงให้หมดสิ้น

ใช่แล้ว เพื่อให้ทุกหนแห่งใด

ไม่ว่าที่ใด จะมองหาตัวผมพบจนเจอ


สร้างความรวดร้าวให้ผู้อื่น ความอ่อนหัดน่าสะอิดสะเอียด

ทับถมสิ่งนั้นมากมายเพื่อหลบซ่อนน้ำตาที่แท้จริง

โลกใบนี้จะเปลี่ยนแปลงรูปทรงสักวันเรื่อยไป

ถ้าอย่างนั้นต่อไปมันจะย้อมด้วยสีสันใดกัน


ผมเพียงแค่หวาดกลัวพรั่นพรึง ต่อการถูกลืมจากใครต่อใคร

แม้แต่ตอนนี้ร่างยังสั่นไหว

ขอให้เสียงร้องนี้ สลักบาดลึก


แม้จะได้สิ่งของสิ่งใดที่ไม่ต้องการมากมาย

สิ่งใดสิ่งนั้นไม่มีคุณค่าความหมายอะไรเลย

เหล่าถ้อยคำที่ผมต้องการ ไม่เคยแม้จะส่งมาให้ได้ยิน

แม้จะเย็บปะร้อยรูปร่างเป็นทรงยังไง

สิ่งใดเหล่านั้นไม่มีคำนิยามความหมายอะไรเลย

เหล่าภาพทิวทัศน์ที่อยากเห็นแท้จริง ผมจะตะเกียกตะกายไปให้ถึง

ระหว่างนั้นอย่าเพิ่งทอดทิ้งผมไปซะละ


ไม่ต้องมาเข้าใกล้และทำเป็นรู้เรื่องทุกอย่าง

ผมไม่ต้องการอยู่ในสถานที่เสแสร้งพวกนั้น


ผมเพียงแค่หวาดกลัวพรั่นพรึง ต่อการถูกเมินเฉยจากใครต่อใคร

แม้แต่ตอนนี้ร่างยังสั่นไหว

ขอให้ดนตรีนี้ อย่าได้หยุดลง


แม้จะพังทำลายสิ่งของสิ่งใดของใครมามากมาย

หัวใจของผมไม่เคยได้รับการเติมเต็มเสียที

ทำไปทั้งตัวผมที่ไม่อาจได้เอ่ยพูดถ้อยคำให้ใครเข้าใจ

แม้จะเลียนแบบออกมาเป็นพื้นผิวกายหยาบ

สิ่งใดเหล่านั้นไม่อาจนำพาเพื่อได้ซึ่งสิ่งใดทั้งนั้นเลย

ตัวตนที่อยากที่จะเป็นแท้จริง ผมจะตะเกียกตะกายไปให้ถึง


ไฟที่จุดขึ้นเงียบงันในวันนั้น แสงไฟนั้นสั่นคลอนใจสั่นไหว

ถามถึงอยากไปยังที่ใด ถามถึงอยากเห็นสิ่งใด

ผมวิ่งออกไปอย่างทุรนทุรายโดยไม่รู้อะไรทั้งนั้น

แม้จะเป็นอย่างนั้น มีเพียงสิ่งหนึ่ง_


ผมอยากเปล่งร้องเสียงเพลงของผมไปยังนครหม่นสีเทานภาสูญเปล่าไร้จีรัง

ไปให้ไกล ไปให้ไกล ช่วยส่งไปให้ถึงที ช่วยรู้สึกถึงตัวผมที

ตัวผมอยู่ที่แห่งนี้


แม้จะได้สิ่งของสิ่งใดที่ไม่ต้องการมากมาย

สิ่งใดสิ่งนั้นไม่มีคุณค่าความหมายอะไรเลย

เหล่าถ้อยคำที่ผมต้องการ ไม่เคยแม้จะส่งมาให้ได้ยิน

แม้จะเย็บปะร้อยรูปร่างเป็นทรงยังไง

สิ่งใดเหล่านั้นไม่มีคำนิยามความหมายอะไรเลย

เหล่าภาพทิวทัศน์ที่อยากเห็นแท้จริง ผมจะตะเกียกตะกายไปจนถึงให้ดู

ระหว่างนั้นอย่าเพิ่งทอดทิ้งผมไปซะละ

วันเสาร์ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2565

εpsilonΦ - Egoistic SaiΦ

Egoistic SaiΦ

คำร้อง: Aratame Shun

ทำนอง: Fujii Kentaro

เรียบเรียง: Fujii Kentaro

 

ฟังเพลงถูกลิขสิทธิ์ได้ที่ https://bmu.lnk.to/Friction
—-

โอบกอดเรื่องราวดาษดื่นแสน Dramatic

ตรรกะทั้งหลายที่เข้าใจผิด เหล่าคนที่ไม่ยอมแพ้ไม่เลิกราเต็มไปหมด

Hey come on! Hey come on! Hey common! 

นี่ เป็นอะไรไปล่ะ?


ah

บนสเตจที่อยู่ตรงนั้นตรงนี้นับไม่ถ้วน

Story สุดสามัญ ไม่มีใครคิดจะมองมาที่แกหรอก

ความมานะบุกบั่น ความหวังอะไร ไม่สลักสำคัญเลยน่ะสิ

ความคาดหวัง อนาคต ทั้งหมดไร้สาระสิ้นดี


ทิวทัศน์ที่เห็นด้านหน้า

ไม่ว่าเมื่อไรก็ไม่มีใครอยู่ตรงนี้หรอก


ฉันจะแสดงให้แกเห็นถึงโลก Egoistic แห่งนี้

ride on ต่อทุกสิ่งที่ฉายบนดวงตา

ภายในความเป็นจริงแสนโหดร้ายที่ไม่อาจทำอะไรมันได้เลย

เงยหน้าขึ้นมามองสิ เงยหน้าขึ้นมามองสิ เงยหน้าขึ้นมามองสิ เห็นมั้ย

แกแสดงให้ฉันเห็นถึงเอกลักษณ์แสน Eccentric มาสิ

กำลังเหมาะให้ฉันได้แก้เบื่อกำลังดี

แกไปร้องขอสุดเต็มกำลังในชาติหน้าก็ยังได้นี่

ถึง fiction ที่เปี่ยมอุดมคติแสนเสน่ห์และมากปาฏิหาริย์


(fi feel like)

(fi feel like)


ถูกหุ่นกระบอกที่ประดับประดามาหลอกลวง

(You are fake me out ทั้งที่เชื่อใจไปแล้ว)

ไม่เข้าใจว่าสิ่งใดเป็นของจริงหรือของปลอมเช่นเดิมเสมอมา

เหมือนคนโง่เง่าที่ทั้งรักสุดแสนและเกลียดสุดขั้ว

นี่ แกก็คิดเหมือนกันใช่มั้ย?


ah

ถูกช่วงชิงผู้ศรัทธาสมองทื่อไปเมื่อไรไม่ทันได้รู้

(You are take me out ไปยังดินแดนใดสักแห่ง)

ผู้กล้าผู้องอาจไปถวายสักการะให้แก่ผู้ใดงั้นรึ?

พระผู้เป็นเจ้าพระพุทธเจ้าพระผู้ใดหรือสภาพตนเองเช่นนี้


แม้จะเลือกเชื่อถึง

เหล่าคำตอบที่ถูกชี้มา (ไม่ได้รับความช่วยเหลือหรอก)

การใช้ชีวิตที่โดนกักขังในภาพเพ้อฝันนั้นช่าง

งี่เง่าเหลือเกินคณานัก


ฉันจะแสดงให้แกเห็นถึงบั้นปลาย Egoistic นี้เอง

ride on ต่อประวัติศาสตร์ที่ทับถมเรื่อยมา

เป็น Industrial ที่มัวแต่เพ้อเจ้ออยู่เช่นเดิม

หลีกทางไปซะ หลีกทางไปซะ หลีกทางไปซะ เห็นมั้ย

ความจริงแท้ที่ซ่อนเร้นใน Trick การพร่ำพรรณา

สีหน้าตอนที่ได้รับรู้ถึงจุดนั้นช่างยอดเยี่ยม

ไหนๆก็ได้รู้แล้วก็ทำฝันให้เป็นจริงในชาตินี้ก็ยังได้นี่

ถึง fiction ที่เสื่อมสลายแสนปลุกเร่งเร้าและสุดโศกนาฏกรรม


เสมอภาคไม่เท่าเทียม

ในกฏเกณฑ์แสนบิดเบี้ยวนี้

(บัญชาผู้ใด ไม่อาจเลือกได้)


เถรตรงและขดงอ

ความเบาะแว้งน่าอดสูอยู่ทุกที่

(ใครมันจะสามารถΦ บอกฉันมาที)


คำขอที่ไม่อาจบรรลุได้เป็นจริง ไม่มีความหมายอะไรเลย

(ไม่ว่าจะผ่านไปแค่ไหน)

อีกเพียงนิดเดียว แค่นิดเดียวเท่านั้น คำพูดพวกนั้น

ฉันเบื่อที่จะฟังแล้ว จะพูดยังไงก็ช่างแล้ว


ฉันจะแสดงให้แกเห็นถึงโลก Egoistic แห่งนี้

ride on ต่อทุกสิ่งที่ฉายบนดวงตา

ภายในความเป็นจริงแสนโหดร้ายที่ไม่อาจทำอะไรมันได้เลย

เงยหน้าขึ้นมามองสิ เงยหน้าขึ้นมามองสิ เงยหน้าขึ้นมามองสิ เห็นมั้ย

แกแสดงให้ฉันเห็นถึงเอกลักษณ์แสน Eccentric มาสิ

กำลังเหมาะให้ฉันได้แก้เบื่อกำลังดี

แกไปร้องขอสุดเต็มกำลังในชาติหน้าก็ยังได้นี่

ถึง fiction ที่เปี่ยมอุดมคติแสนเสน่ห์และมากปาฏิหาริย์


(fi feel like)

dive ไปยัง ending

(fi feel like)

ท้ายสุดคือ live

(fi feel like) fi feel like

εpsilonΦ - Heroic

Heroic คำร้อง: umikun ทำนอง: umikun เรียบเรียง: Toshiro 

ฟังเพลงถูกลิขสิทธิ์ได้ที่ https://bmu.lnk.to/Friction


—-


ราวกับลำคอแห้งเหือดสุดแสน ราวกับปล่อยตัวจมดิ่งลึกลงไป

ดวงอาทิตย์ฉายเต็มกำลัง อยู่ห่างไกลไกลสุดแสน

เหมือนเผอิญว่าป้ายสัญญาณตั้งอยู่ตรงนั้นมาแต่ไหนแต่ไร

ทุกคนบอกกับฉันด้วยสายตาแบบเดียวกันอย่างนี้

“Stop! Stop!” แกทำไม่ได้หรอก เห็นมั้ยล่ะ

“No! No!” ทำไปก็ไม่ได้อะไรตอบแทนหรอกน่า

เมโลดี้นี้ยังคงสูบฉีดไหลเวียนบนโลกที่แสนเย็นชาใบนี้


Please somebody tell me the hero’s way

ดีดออกมาให้เกิดเสียงซะ


Horoic สถานการณ์ผลิกผัน ไปช่วงชิงแสงสปอร์ทไลท์มา

Salvage เหล่ายีนด้อยทั้งหลาย สิ่งที่สมควรให้รักคือผลงานที่ล้มเหลว

Stoic* ในกลุ่มเป้าหมายเพื่อเปรียบเทียบ คอยกีดกันไม่ว่ากับ Hate แบบไหน

จิตวิทยาเชิงลึก*เป็นเรื่องของ Teenage พอวาดฝันได้ตามใจนึกบนหน้ากระดาษแผ่นแรก

หากจะยังมีตัวฉันยืนหยัดอยู่ตรงนี้


ราวกับประทับตราตรึงในดวงตาอย่างแรงกล้า ราวกับหลบเลี่ยงต่อทุกสิ่งอย่าง

ดวงอาทิตย์ฉายเต็มกำลัง สุดฟากแห่งนภาไกล

สามัญสำนึกที่เห็นทุกอย่างผิดเพี้ยนไปตั้งแต่แรกเริ่ม

ทุกคนบอกกับฉันด้วยสายตาแบบเดียวกันอย่างนี้

“Stop! Stop!” แกทำไม่ได้หรอก เห็นมั้ยล่ะ

“No! No!” ทำไปก็ไม่ได้อะไรตอบแทนหรอกน่า

เมโลดี้นี้ยังคงสูบฉีดไหลเวียนบนโลกที่แสนเย็นชาใบนี้


ฉันพยายามไม่หุนหันเร่งเหยียบ Accel ที่มีฝุ่นเกาะเขลอะ

แม้แต่ตอนนี้กุญแจที่เป็น Phases ก็ยังคั่นอยู่ที่ระหว่างนิ้วของฉัน จงส่งไปถึง


Please somebody tell me the hero’s way

ดีดออกมาให้เกิดเสียงซะ


Horoic สถานการณ์ผลิกผัน ไปช่วงชิงแสงสปอร์ทไลท์มา

Salvage เหล่ายีนด้อยทั้งหลาย สิ่งที่สมควรให้รักคือผลงานที่ล้มเหลว

Stoic ในกลุ่มเป้าหมายเพื่อเปรียบเทียบ คอยกีดกันไม่ว่ากับ Hate แบบไหน

จิตวิทยาเชิงลึกเป็นเรื่องของ Teenage พอวาดฝันได้ตามใจนึกบนหน้ากระดาษแผ่นสุดท้าย

ต้องมีตัวฉันยืนหยัดอยู่ตรงนี้แน่นอน


---


note

- Stoic: คิดว่าใช้ในความหมายเป็น waseieigo (ภาษาญี่ปุ่นที่ใช้คำอังกฤษ ความหมายเป็นคนละแบบกับดั้งเดิม) จะหมายถึง “ความเข้มงวดต่อตัวเอง” ซึ่งรากมาจาก Stoic ที่แสดงถึง ลัทธิสโตอิก (Stoicism) “คุณธรรมคือความดีหนึ่งเดียว (virtue is the only good)” ทุกสิ่งไม่ว่าจะดีหรือร้ายมีคุณค่าทำให้ก่อเกิดคุณธรรม และให้มนุษย์ยึดมั่นต่อตรรกะความคิดตรงนี้ ก็ดูเกี่ยวเนื่องกลายๆบริบท เส้นทางวีรบุรุษในแบบของตนเอง ในเพลงนี้

- จิตวิทยาเชิงลึก: Depth psychology จิตวิทยาที่ว่าด้วยบทบาทของจิตไร้สำนึกที่มีต่อพฤติกรรมของมนุษย์ ครอบคลุมทั้งจิตวิเคราะห์และจิตวิทยา