วันจันทร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567

KimiSute - [Card Story] SSR - Nijo Haruka [ความทะนงตนที่เหลวแหลก]

KimiSute (Kimi ga mita Stage e)

official website: https://kimisute-game.jp


- ภายในเนื้อเรื่องอาจจะมีบทสนทนาของผู้เล่นในบทบาท Assistant Producer (ขออนุญาตย่อว่า AP) แม้จะไม่มีการระบุเพศไว้ แต่เนื่องจากมีการใช้คำพูดสุภาพ เลยจะขอลงท้ายเป็น ‘ครับ/ค่ะ’ ด้วยเช่นกัน

- หากมีตัวละครที่พูดภาษาถิ่น เราจะขอปรับเป็นภาษากลางเนื่องจากไม่มีความเชี่ยวชาญมากพอ

- บทแปลทั้งหมดเป็นการแปลส่วนตัวเท่านั้น


------


Card Story

SSR - Nijo Haruka [ความทะนงตนที่เหลวแหลก]



ความทะนงตนที่เหลวแหลก --- Verse ---


[ สตูดิโอฝึกซ้อม ]


คานาตะ: อะไรอะ~ พี่มาถึงก่อนงั้นเหรอ

รู้งี้ฉันก็คงรีบมาสตูดิโอไว ๆ แล้วนะเนี่ย


ฮารุกะ: …ชิ


คานาตะ: อ้าว? โน้ตนี่มัน เพลงของวงดนตรีที่ฮิตอยู่ช่วงนี้ใช่มะ

ทำไมถึงซ้อมด้วยเพลงโคฟเวอร์กันล่ะ?


ฮารุกะ: ไม่เกี่ยวอะไรกับแก


คานาตะ: อะ หรือว่าเป็นฟีลประมาณว่าอยากศึกษาค้นคว้าเอา?

พี่เองก็เอาเรื่องใช้ได้เลยน้า~


ฮารุกะ: ……


คานาตะ: จะว่าไปแล้ว เพลงใหม่รอบนี้ยากเกินไปมั้ยอะ?

ซ้อมเซิ้มอะไรรำคาญอ้า~


คานาตะ: อะ จริงด้วย!

พี่ลองเล่นเบสหลังจากที่ห่างหายไปนานหน่อยสิ

ฉันจะขอดูเป็นตัวอย่างนะ


คานาตะ: เอ้า ฉันให้ยืมเบสของฉันนะ ขอร้องละ!


ฮารุกะ: (เพราะไอ้หมอนี่เป็นต้นเหตุให้ฉันเลิกเล่นเบส

สติดีอยู่รึเปล่า…?)


ฮารุกะ: ฉันไม่มีทางเล่นหรอก


คานาตะ: จู่ ๆ โกรธขึ้นมา มีอะไรเหรอ?

อะ หรือว่านึกถึงเรื่องสมัยก่อนขึ้นมาซะแล้ว~?


ฮารุกะ: (ไม่ใช่แค่เบสอย่างเดียว หมอนี่ชอบมาขัดขวางตัวฉัน

…และแย่งชิงอะไรต่อมิอะไรไป)


คานาตะ: อดีตก็คืออดีตน่า

ความทรงจำแย่ ๆ ก็ลืมมันไปเถอะ นะ!


ฮารุกะ: หนวกหู จะลืมก็เรื่องของแก


(ฉันไม่ยอมถูกแย่งชิงอะไรไปอีกแล้ว

ฉัน… จะใช้กีตาร์นี้ทำให้ยอมรับเสียงดนตรีของฉันให้ได้)



ความทะนงตนที่เหลวแหลก --- Bridge ---


[ แชร์เฮาส์วง εpsilonΦ (ค่ำ) ]


ฮารุกะ: (เวร เรียบเรียงดี ๆ ไม่ได้เลย……

พักสักหน่อยแล้วกัน)


เรย์จิ: ฮารุกะ เป็นอะไรไป

เวลาขนาดนี้แล้วยังตื่นอยู่เรอะ


ฮารุกะ: ……แต่งเพลงอยู่


เรย์จิ: เพลงใหม่ที่ชูไหว้วานมาสินะ

ความคืบหน้าเป็นยังไงบ้างล่ะ


ฮารุกะ: ยังอยู่ระหว่างแต่ง จากนี้อาจจะเปลี่ยนไปเยอะก็ได้

นี่คือโน้ตเพลงนั้น


เรย์จิ: เข้าใจละ ขอฉันดูหน่อยแล้วกัน


เรย์จิ: …อย่างนี้นี่เอง เป็นเพลงที่สมเป็นฮารุกะดีนะ


ฮารุกะ: งั้นเรอะ


(สมเป็นตัวฉัน อะไรนั่น… เรื่องนั้นมันแน่อยู่แล้ว

สิ่งนี้ฉันไม่ได้เลียนแบบใคร เป็นดนตรีของตัวฉันเอง)


ฮารุกะ: …เดี๋ยวกลับละ


เรย์จิ: ขอโทษที่รั้งนายไว้

ฉันจะตั้งตารอฉบับเสร็จสมบูรณ์ ราตรีสวัสดิ์


ฮารุกะ: เออ


(เสียงเดินออก)


ฮารุกะ: (ฉันจะทำให้ยอมรับตัวฉันเองด้วยดนตรี เพื่อเป้าหมายนั้นแล้ว

ตอนนี้ฉันเพียงแต่ต้องทุ่มเทลงแรงกายใจทั้งร่างเพื่อสร้างเพลงขึ้นมา)


(ถึงจะไม่ชอบหน้ากันแค่ไหน แต่เจ้าพวกนั้น…

เสียงของ εpsilonΦ เป็นสิ่งที่จำเป็นต้องมีอย่างแน่นอน)


ฮารุกะ: เพราะฉะนั้นฉัน… ถึงอยู่ที่นี่



ความทะนงตนที่เหลวแหลก --- Chorus ---


[ สตูดิโอฝึกซ้อม ]


ชู: ฮารุกะ เล่นเพลงอะไรอยู่

…อ๋อ เพลงใหม่ที่ผมขอไว้เหรอ?


ฮารุกะ: …ใช่


ชู: ถ้าเสร็จแล้วไม่ยอมบอกให้ผมรู้เร็ว ๆ ก็ลำบากแย่สิ

ไหนดูโน้ตเพลงหน่อยซิ ไหน ๆ …?


ฮารุกะ: เดี๋ยวฉันจะให้ดี ๆ รอหน่อย

……อันนี้


ชู: ……หืม ไม่แย่นะเนี่ย

ถ้าเป็นเพลงนี้ก็คงเริ่มซ้อมได้ทันทีน่าจะดีเนอะ


ฮารุกะ: งั้นเรอะ เดี๋ยวฉันเอาไปถ่ายเอกสาร


ชู: อา งั้นก็มาดูนี่หน่อยได้มั้ย?

ผมก็แต่งเเพลงใหม่มาเหมือนกัน


ฮารุกะ: …….


(เพลงนี้… ทั้งโครงสร้างและเทคนิกล้วนสดใหม่

เป็นอะไรที่ฉันนึกไม่ถึง…)


(เพลงที่ฉันแต่งก็คงไม่ได้แย่เหมือนกัน

แต่ว่า ระดับของเพลงของชูมันต่างกัน)


(ฉันจะไม่สามารถไล่ตามหมอนี่ได้อย่างนั้นเหรอ…?)


ชู: ไม่ต้องยืนนิ่งแข็งทื่อขนาดนั้น ไหนพูดความรู้สึกให้ผมฟังหน่อย

หรือว่า เพลงวิเศษมากเสียจนไม่สามารถเอ่ยเป็นถ้อยคำได้ล่ะ?


ฮารุกะ: …

เปล่า เฮ้ย ไอ้ท่อนกีตาร์นี่มันอะไร


ชู: ถ้าให้เสียงเข้ากับเพลงนี้

ผมเลยอาจจะปรับให้มันยากขึ้นมาเล็ก~น้อยก็เป็นได้?

หรือว่าฮารุกะจะเล่นไม่ได้กันนะ?


ฮารุกะ: …ฉันไม่ได้พูดอย่างนั้น

ฉันจะเล่นให้สมบูรณ์แบบจนกว่าจะถึงตอนอัดเพลงให้ดู


ชู: อะฮะ งั้นผมจะตั้งตารอแล้วกัน

แต่ว่าถ้านายไม่ไหวจริง ๆ ก็รีบมาบอกผมแล้วกันนะ?


ฮารุกะ: …ฉันไม่มีทางพูดหรอก



(จบ)

KimiSute - [Card Story] SR - Nijo Haruka [ธรรมดาไร้สามัญ]

KimiSute (Kimi ga mita Stage e)

official website: https://kimisute-game.jp


- ภายในเนื้อเรื่องอาจจะมีบทสนทนาของผู้เล่นในบทบาท Assistant Producer (ขออนุญาตย่อว่า AP) แม้จะไม่มีการระบุเพศไว้ แต่เนื่องจากมีการใช้คำพูดสุภาพ เลยจะขอลงท้ายเป็น ‘ครับ/ค่ะ’ ด้วยเช่นกัน

- หากมีตัวละครที่พูดภาษาถิ่น เราจะขอปรับเป็นภาษากลางเนื่องจากไม่มีความเชี่ยวชาญมากพอ

- บทแปลทั้งหมดเป็นการแปลส่วนตัวเท่านั้น


------


Card Story

SR - Nijo Haruka [ธรรมดาไร้สามัญ]




ธรรมดาไร้สามัญ --- Verse ---


[ ภายในเมือง (เย็น) ]


คานาตะ: โห่~ พี่ แค่นี้เองไม่เห็นเป็นไรเลย!

นี่ พี่อะ~!


ฮารุกะ: รำคาญ ปล่อยฉัน


- ตัวเลือก - “สวัสดีทั้งสองคน มีอะไรกันเหรอครับ/คะ?”


คานาตะ: มาได้จังหวะดีเลย!

คุณ AP ฟังหน่อยสิ~

ฉันดันลืมหนังสือเรียนเอาไว้ที่โรงเรียน

ทีนี้ฉันเลยบอกกับพี่ว่าพรุ่งนี้มีสอบย่อยเลยขอยืมหน่อย

แต่พี่กลับปฏิเสธไม่เอาอยู่นั่น คิดว่าไม่ใจร้ายไปหน่อยเหรอ?


ฮารุกะ: แค่กลับไปเอาก็พอไม่ใช่เรอะ


คานาตะ: เอ๋ ตอนนี้อะนะ~?

ขอดูแค่นิดหน่อยก็เสร็จแล้วนะ จะเย็นชาอะไรนักกับพี่น้องที่มีกันแค่สองคนเนี่ย!?


คานาตะ: อ๋า~ ใจร้ายจัง~

พี่เนี่ยละก็ ทั้งที่สมัยก่อน---


ฮารุกะ: เฮ้ย ด้านหลัง

เดี๋ยวก็โดนรถชนเข้าหรอก


คานาตะ: เอ๊ะ? เหวอ จริงด้วย เกือบไปแล้ว~!


คานาตะ: ฮิฮิ ว่าแล้วพี่เนี่ยเป็นพี่ของฉันจริง ๆ ด้วย

มาทำตัวเย็นชาใส่กัน แต่ตัวก็ปกป้องฉันอย่าง~ดีเลยนี่นา


ฮารุกะ: ………


คานาตะ: อ๊ะ เดี๋ยวสิ! อย่าเพิ่งไปไหนคนเดียวซี่

ไหนจะเรื่องหนังสือเรียน ก็ยังไม่ได้ให้ยืมเลยนี่นา!


ฮารุกะ: เรื่องของแก


- ตัวเลือก a - “คุณคานาตะ ไปดึงดันขนาดนั้นมันไม่ดีนะครับ/คะ” 

ฮารุกะ: ไงล่ะ โดนเขาพูดอย่างนั้นแล้ว

ถ้าเข้าใจก็รีบ ๆ ไสหัวไปซะ


- ตัวเลือก b - “คุณฮารุกะเองก็ไม่เห็นต้องปฏิเสธขนาดนั้น…”

ฮารุกะ: ………ชิ


คานาตะ: เอ้า ถ้ายอมให้ยืมหนังสือเรียน

เดี๋ยวฉันอยู่นิ่ง ๆ เงียบ ๆ ได้นะ ♪


ฮารุกะ: ……เฮ้อ

ตอนดึกก็เอามาคืนด้วย


คานาตะ: เย้~! ถึงพูดอย่างนู้นอย่างนี้

แต่ก็ยอมฟังคำขอของฉัน พี่ใจดีจริง ๆ ด้วย

ขอบใจน้า~!



ธรรมดาไร้สามัญ --- Bridge ---


[ ห้องประชุม ]


ทาดาโอมิ: วันนี้มีประชุมที่ห้องนี้สินะครับ

ขอบคุณที่ช่วยนำทางให้ครับ คุณ AP


ฮารุกะ: ……


ทาดาโอมิ: อ้าว ฮารุกะคุงก็มาก่อนล่วงหน้าเหรอ

พอมาก่อนเวลาเริ่มประชุมเร็วหน่อย เลยคิดว่าจะไม่มีใครอยู่ด้วยสักอีก


ฮารุกะ: ฉันก็ไม่ได้มีธุระอะไรละนะ


ทาดาโอมิ: แบบนี้นี่เอง

หรือว่านายกำลังอ่านหนังสือระหว่างรออยู่หรือเปล่านะ

แปลกตาจัง อ่านหนังสืออะไรอยู่เหรอ?


ฮารุกะ: ……หนังสือตะวันตก


ทาดาโอมิ: อ๋า งั้นเหรอ ฮารุกะคุงไปเรียนเมืองนอกมานี่นะ

เป็นหนังสือที่ซื้อมาตอนอยู่ที่นั่นหรือเปล่า?


ฮารุกะ: จะแบบที่ไหนก็ช่างสิ


- ตัวเลือก a - “ได้ไปเรียนเมืองนอกมา สุดยอดจังเลยนะครับ/คะ” 

ฮารุกะ: ไม่นี่ ก็แค่ไปครึ่งปี


- ตัวเลือก b - “ถนัดภาษาอังกฤษหรือครับ/คะ?”

ฮารุกะ: …ธรรมดาครับ


ทาดาโอมิ: แต่ว่าทำถึงอ่านหนังสือตะวันตกล่ะ?

ถ้าจะเอาใจความเรื่องราว ผมคิดว่ามีหนังสือที่แปลออกมาอยู่ด้วยนะ


ฮารุกะ: …ถ้าเป็นหนังสือแปล บริบททางภาษาที่แสดงออกมาจะต่างกันออกไปละนะ

ของพวกนี้มันจะเปลี่ยนไปตามตัวเองที่ทำความเข้าใจสารของมันได้หรือไม่ใช่มั้ยล่ะ


ฮารุกะ: อีกอย่าง ตอนที่ไปเรียนที่ต่างประเทศ

ฉันก็คิดว่าตั้งใจเรียนภาษามากกว่านี้ก็คงดีน่ะนะ


ทาดาโอมิ: ฮารุกะคุง คิดอะไรหลาย ๆ เลยเนอะ


ฮารุกะ: เรื่องแค่นี้ก็ปกตินี่


ทาดาโอมิ: งั้นเหรอ ถ้าอย่างนั้น ผมจะทำงานมหาลัย

เพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนเวลาอ่านหนังสือแล้วกันนะ



(จบ)

KimiSute - [Card Story] R - Nijo Haruka [ฮารุกะวงเอปซิ]

KimiSute (Kimi ga mita Stage e)

official website: https://kimisute-game.jp


- ภายในเนื้อเรื่องอาจจะมีบทสนทนาของผู้เล่นในบทบาท Assistant Producer (ขออนุญาตย่อว่า AP) แม้จะไม่มีการระบุเพศไว้ แต่เนื่องจากมีการใช้คำพูดสุภาพ เลยจะขอลงท้ายเป็น ‘ครับ/ค่ะ’ ด้วยเช่นกัน

- หากมีตัวละครที่พูดภาษาถิ่น เราจะขอปรับเป็นภาษากลางเนื่องจากไม่มีความเชี่ยวชาญมากพอ

- บทแปลทั้งหมดเป็นการแปลส่วนตัวเท่านั้น


------


Card Story

R - Nijo Haruka [ฮารุกะวงเอปซิ]




ฮารุกะวงเอปซิ --- Verse ---


[ แชร์เฮาส์วง εpsilonΦ ]


ฮารุกะ: เวรเอ๊ย อยู่ไหนกันแน่…?


ทาดาโอมิ: ฮารุกะคุง เป็นอะไรไปเหรอ? ทำสีหน้าน่ากลัวอยู่นะ


เรย์จิ: เป็นอะไร หาอะไรอยู่รึเปล่า?


ฮารุกะ: …ไม่มีไร แค่ในตู้เย็น…


ชู: อ๋อ หมายถึงไอศกรีมน่ะเหรอ?

อร่อยมากเลย ขอบคุณที่เลี้ยงครับ♪


ฮารุกะ: อย่ามาล้อเล่นสิวะ!

ฉันเขียนชื่อแปะเอาไว้ดี ๆ แล้วนะเว้ย


ชู: อะไรกันครับเนี่ย ถ้าจะโกรธกันขนาดนั้นเพราะไอศกรีมถ้วยนึง

เดี๋ยวเส้นเลือดในสมองจะแตกเอาหรอก?


ฮารุกะ: ใช่เรื่องที่ไอ้คนที่เอาของคนอื่นไปกินพูดกันรึไงวะ!?


เรย์จิ: ใจเย็นสิ แค่ไปซื้อใหม่อีกถ้วยก็พอแล้วไม่ใช่เรอะ


ฮารุกะ: …มันเป็นของลิมิเต็ดช่วงนี้ หาซื้อใหม่ไม่ได้แล้ว


คานาตะ: พี่ น่าสงสารจัง…

ดูท่าพี่จะมีโชคชะตาที่มักโดนของรักแย่งชิงไปซะละมั้งเนี่ย?


ฮารุกะ: เงียบปากไป


คานาตะ: ง้าน เดี๋ยวฉันซื้อของที่ดีกว่านี้ให้พี่ละกัน!

ถ้าเป็นรสนิยมความชอบของพี่แล้ว ฉันเข้าใจอย่างดีเลยละนะ


ชู: ดีนี่ ฮารุกะ ยอมเขาหน่อยแล้วกัน

อีกเรื่อง ครั้งถัดไปก็ซื้อส่วนของผมเตรียมไว้ด้วยแต่แรกด้วยนะ?


ฮารุกะ: ไอ้เด็กเวรนี่…!


ทาดาโอมิ: เอาจริงเอาจังกับเรื่องไอศกรีมขนาดนั้น…

ผมได้ยินมาว่าความแค้นเกี่ยวกับของกินเป็นเรื่องน่ากลัว เห็นทีคงจะเป็นเรื่องจริงสินะ


ฮารุกะ: …หนวกหูน่า



(จบ)

วันอังคารที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2566

εpsilonΦ - Overlord

Overlord

คำร้อง: Sekimen

ทำนอง: Mitsuyo

เรียบเรียง: Nor, Mitsuyo


ฟังเพลงเวอร์ชั่น MV แบบสั้นได้ที่ εpsilonΦ「Overlord」Music Video

ฟังเพลงถูกลิขสิทธิ์ได้ที่ https://bmu.lnk.to/Overlord


—-


ถนนนอกเส้นทางเรียงราย ทอดยาวเรื่อยมา

ไม่มีแม้หมุดหมาย พวกเรายังร่อนเร่ไม่ว่าสู่แห่งหนใด

ยามที่แห้งเหือด ณ ตอนนี้ สิ่งที่โหยหาต้องการ

กัดกินแย่งชิงสัญชาตญาณเอาตัวรอด

วิถีปกครองดิบเถื่อนที่ประจักษ์เห็น


บั่นกระดูกแหลกลั่นบรรลุเป้าที่มั่น

มุ่งหมายดั้นด้นสู่แดนเอ็กโซดัส

รุดเร่งออกพ้นพิภพมรณะนั่น

เศษบิดเบี้ยว PIECE

รวมตัวเหล่า HEEL

เพื่อรุกคืบให้ความดีงามแห่งตน

สลักมั่นลง BEATS

Weakness หลีกซ่อนมันให้รอดพ้นซะ

“แกร่งสุดแห่งยุคสมัย จงผ่านพ้นไปซะ”

“ความพ่ายแพ้อะไร ไม่ยอมให้อยู่ในตำรา”

“หากเลือกมุ่งไปยังทางแห่งครรลองและเหยียบข้ามเส้นทางนอกรีตไป”


เกียรติภาคภูมิที่เชิดชูสะบัดประกาศแจ้งสงคราม

สลักจารึกไว้เป็นเรื่องราวบอกเล่าที่เผยถึง

สิ่งที่ส่งผลให้แปรเปลี่ยนแนวรบร่วมได้

จงรวมตัว เหล่าเสียงฝีเท้าที่สะท้อนก้องกังวาล


ร่างกายบิดเบี้ยวที่ผุพังแทบแหลกสลาย

ไม่อาจหันหลังกลับได้อีกต่อไป ดังนั้น

ชีวิตที่ก้าวเดินต่อไปได้แต่เพียงอย่างเดียว

จึงสามารถจุดเพลิงไหม้ลุกลามได้

วิถีปกครองดิบเถื่อนที่รุกคืบเส้นทางแห่งครรลอง


การเดินทางไร้จุดสิ้นสุด ยังดำเนินเรื่อยไป

ไม่มีแม้หมุดหมาย พวกเรายังร่อนเร่ไม่ว่าสู่แห่งหนใด

Jackal (Sairou)* ผู้โหยกระหาย เคยมีอยู่เพียงตัวเดียว

เขมือบกัดกินสัญชาตญาณเอาตัวรอด

วิถีปกครองดิบเถื่อนที่ประจักษ์เห็น


Jackal ผู้จมปลักกับพรสวรรค์ที่ไม่อาจรีดออกให้หมด

ไผโหลว* ไร้ซึ่งการป้องกันใดให้ช่วงเท้าก้าวสั่นไหว

คงไม่อยากเห็นผู้แกร่งเหนือใครสำนึกเสียใจใช่มั้ยเล่า

วิกฤตคับขัน ไล่ต้อน High&Lowไร้ซึ่งปราณี ให้จนมุม

“โลกที่แก่งแย่งลากพาทุกอย่างมาเกี่ยวข้อง”

“ประกาศแจ้งถึงสงครามเพื่อกุมซึ่งอำนาจ”

“เสียงฝีเท้าที่รวมตัวกัน ผู้นำเหล่านั้นคือตัวผม”

“และผู้ที่นั่งบัลลังก์สืบทอดจากนี้คือตัวผมไง”


ใช่แล้ว ความเปรมปรีต่อคำบัญชาที่สั่งลงมา

ผู้ขับขานเสียงเหล่านั้นก็คือตัวผมนี่ละ

ความบ้าคลั่งเหนือใครซึ่งแบกรับทั้งรักและชิงชัง

ถึงเวลาแสดงให้ประจักษ์เห็นแล้ว


เกียรติภาคภูมิที่เชิดชูสะบัดประกาศแจ้งสงคราม

สลักจารึกไว้เป็นเรื่องราวบอกเล่าที่เผยถึง

สิ่งที่ส่งผลให้แปรเปลี่ยนแนวรบร่วมได้

จงรวมตัว เหล่าเสียงฝีเท้าที่สะท้อนก้องกังวาล


ร่างกายบิดเบี้ยวที่ผุพังแทบแหลกสลาย

ไม่อาจหันหลังกลับได้อีกต่อไป ดังนั้น

ชีวิตที่ก้าวเดินต่อไปได้แต่เพียงอย่างเดียว

จึงสามารถจุดเพลิงไหม้ลุกลามได้

วิถีปกครองดิบเถื่อนที่รุกคืบเส้นทางแห่งครรลอง


---

豺狼(Sai-Rou) เท่าที่หามาเจอทั้งหมด 3 ความหมายนี้ 1.คันจิทางจีนจะหมายถึง Jackal สัตว์กินเนื้อวงศ์สุนัข 2.ชี้ถึงหมาภูเขาและหมาป่า 3.คนที่โหดเหี้ยมโลภมากและทารุณ / แม้ต้นฉบับท่อนนี้จะใช้ลักษณนามเป็น “คน”(一人) แต่ทั้งเพลงที่พูดถึงการกระทำแสดงความความดิบเถื่อน กัดกิน ดูจะสื่อถึงสัตว์มากกว่าเลยเลือก Jackal ค่ะ

牌楼 เราใช้คำอ่านเป็นจีน ไผโหลว เนื่องจากหมายถึงซุ้มประตูจากสถาปัตยกรรมจีนค่ะ


วันพุธที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2566

Alkaloid - Black Out See Saw

 Black Out See Saw


ประพันธ์: TK (rin toshite shigure)

ร้อง: Alkaloid


ฟังถูกลิขสิทธิ์ได้ที่ fwinc.lnk.to/trip-alkaloid


-------


หมุนแป้นโทรเลข ระบุปลายสายเมื่อครั้งวานนั้น

ที่ซึ่งผมจับตามองแล้วว่าแทบไม่เห็นทั้งความเพลิดเพลินใจและเสรี


ตัวผมค่อย ๆ ถูกม้วนย้อนกลับไป

เหมือนวันนั้นที่ได้สัมผัสโลกใบนี้ Ah

ตัวผมค่อย ๆ ทะลักล้นยิ่งขึ้นไป

ถูกกลืนกินให้กับ "ความไร้กำลัง" ที่เชื้อเชิญสู่ความมืดมิด


นี่ดวงดารา ตัวผมที่เห็นได้จากที่ตรงนั้นเปลี่ยนไปบ้างมั้ย?

นี่ดวงดารา ช่วยบอกความลับที่เจ้าเปล่งประกายท่ามกลางความมืดมิดที


Black Out See Saw Black Out See Saw

Black Out See Saw แนวคิดเชิง Blind

Black Outสักที Flack Outสักที White Outสักที

error-error ทั้งนั้น


ใครผู้ใดกำลังหัวเราะร่าตัวผมอยู่ เสียงมันติดอยู่ในโสตทั่วกายร่าง

ฟ้าฝน Noise ช่วยตกสาดซ่ามาที เพราะใจนี้มันช่างเหือดแห้ง

แม้จะพยายามเชื่อมถึงเธอเท่าใด แม้ความโดดเดี่ยวจะถูกโอบอุ้มไปเพียงใด

เข็มแห่งความพะว้าวงยังคงทิ่มแทงใจ เสียดแทง ล่องลอย ตัวผมจมลงกลางอวกาศ


รอยสักสีสันที่เยาะเย้ยเหล่านั้นไม่ยอมหายไป

ทั้งบวมพอง ทั้งพร่ามัว ผมคือ fake star ที่พร่าเลือน


ฉีกมันออกไป กระชากออกไป ผมพูดเช่นนั้นแล้ว

รู้สึกตัวมั้ย รู้ตัวสักที บาดแผลกู่ร้องกลับมา


นี่ผมต้องการ ห้องลับจักรวาลที่ผมฉายแสงแต่เพียงผู้เดียว

นี่มาตรงนี้สิ มาฝันถึงความไม่สมประกอบที่มีเพียงเราสองคน


Black Out See Saw Black Out See Saw

Black Out See Saw เพ้อฝันถึง"the end"

Black Outสักที Flack Outสักที White Outสักที

error-error ทั้งนั้น


ใครผู้ใดกำลังหัวเราะร่าตัวผมอยู่ ภาพมันติดประทับในดวงตาทั่วโลกทั้งใบ

ช่วยอัด Noise มาให้แน่นทั้งสมองที เพราะความปวดร้าวจะพลันหายไป

แม้จะพยายามเชื่อมถึงเธอเท่าใด แม้ความโดดเดี่ยวจะถูกโอบอุ้มไปเพียงใด

เข็มแห่งความพะว้าวงยังคงทิ่มแทงใจ เสียดแทง ล่องลอย ตัวผมลอยแพกลางอวกาศ


โหยหาเพียงสิ่งที่ไม่เลือนหาย พอหลับตาลงมอง เห็นตัวเธอเอ่อนองออกมา

ผมสัมผัสอย่างเงียบงัน 

หางเศษแห่งปาฏิหาริย์เพียงหนึ่งเดียวที่อยู่ตรงนี้ ผมคว้าจับเพียงสิ่งนั้นแน่น

และจมดิ่งลงสู่แสงสว่าง



Black Out See Saw Black Out See Saw

Black Out See Saw ใกล้ตระหนักตื่นได้แล้ว

Black Outสักที Flack Outสักที White Outสักที

error-error ทั้งนั้น

วันเสาร์ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2566

εpsilonΦ - re:play

 re:play


คำร้อง: Asakawa Takefumi

ทำนอง: Asakawa Takefumi

เรียบเรียง: Asakawa Takefumi


ฟังเพลงถูกลิขสิทธิ์ได้ที่ https://bmu.lnk.to/Friction


—-


ไม่อาจลืมตาตื่นจากฝันอันเลวร้าย อารมณ์ความรู้สึกซึ่งถูกลับคมให้เฉียบเรื่อยมา

ไม่มีวันถูกลบเลือนหายไป ฉันจมลงในห้วงสมุทรแห่งความโดดเดี่ยวแสนเจ็บปวดและเดือดดาล

เพียงแต่ยามนี้หน้ากากเปราะบางที่ว่านอนสอนง่าย สวมเสแสร้งนั้น

ช่างรู้จักกิริยาสัมมาคารวะ คอยแอบลอบเงียบงันแผ่วเบารอจังหวะไม่ให้ใครได้รู้


ทำได้เพียงแข็งข้อเท่านั้น


re:play เพื่อแต่งแต้มทับถมสีสันใหม่ให้กับเส้นโลกที่คลุ้มคลั่งนี้

และเพื่อทวงคืนอดีตวันวานและอนาคตที่ไม่พังทลายเช่นวันนี้

แบกรับความทรงจำแสนบิดเบี้ยว แม้แต่สิ่งเหล่านั้นจงละเล่นให้หมดจดเสีย

ในสุดปลายทางของโลกที่แสนทารุณโหดร้ายไร้ปรานี


[re:play]หากสิ่งนี้คือเกมแล้ว

[re:play]ฉันไม่ยอมให้มันจบลง

[re:play]จนกว่าคำอ้อนวอนจะบรรลุผล

to be continued


ความรังเกียจเดียดฉันที่หลบซ่อนเร้น ในวันนี้ที่ฉันยังคงไร้พลังสุดกำลัง

ความทรงจำในอดีตแสนขมขื่นเหล่านั้น ตัวฉันจะหันย้อนกลับมามองในวันพรุ่ง

กู่ร้องจากความอ่อนหัดของตน และยังเป็นอย่างนี้ซ้ำซากร่ำไป

to be continued


สมมติว่าถ้าหากตัวฉันย้อนกลับไปในตอนนั้น คิดอะไรไปนั่น

ไม่มีวันเป็นจริงไปได้ ฉันจึงถูกคลื่นแห่งความอัดอั้นหงุดหงิดไร้หนทางซัดเข้าถาโถมไป

Steppin’ out ทันทีตอนนี้ โยนความอ่อนแอทิ้งไปและสิ่งที่ Crazy

แรงแค้นสุมทรวงที่ได้ชูยกขึ้น โอนเอนโอนเอียงลิ่วลอยเป็นไฟที่จุดในใจฉัน Wow


ทำได้เพียงแข็งข้อเท่านั้น ปลดปล่อยออกมาตอนนี้


re:play เพื่อแต่งแต้มทับถมสีสันใหม่ให้กับเส้นโลกที่คลุ้มคลั่งนี้

จนกว่าจะถึงวันที่ฉันแหวกว่ายท้องทะเลแห่งความเสียใจให้พ้นจนหมดสิ้น

แบกรับความทรงจำแสนบิดเบี้ยว แม้แต่สิ่งเหล่านั้นจงละเล่นให้หมดจดเสีย

และจะได้บอกอำลาให้กับวันคืนที่มีเรื่องราวเหลวแหลกป่นปี้เหล่านี้


re:play เพื่อแต่งแต้มทับถมสีสันใหม่ให้กับเส้นโลกที่คลุ้มคลั่งนี้

และเพื่อทวงคืนอดีตวันวานและอนาคตที่ไม่พังทลายเช่นวันนี้

แบกรับความทรงจำแสนบิดเบี้ยว แม้แต่สิ่งเหล่านั้นจงละเล่นให้หมดจดเสีย

ในสุดปลายทางของโลกที่แสนทารุณโหดร้ายไร้ปรานี


[re:play]หากสิ่งนี้คือเกมแล้ว

[re:play]ฉันไม่ยอมให้มันจบลง

[re:play]จนกว่าคำอ้อนวอนจะบรรลุผล

to be continued

หากเปลี่ยนแปลงได้จริง

นั่นคือการ re:play